top of page

รีวิว ไม่ต้องเลิกขี้อาย ก็ได้สิ่งที่ต้องการ

  • Writer: หลังอ่าน: รีวิวหนังสือ
    หลังอ่าน: รีวิวหนังสือ
  • Aug 16, 2022
  • 1 min read


10 เทคนิคเพิ่มความมั่นใจสำหรับคนขี้อาย

จากหนังสือ ไม่ต้องเลิกขี้อาย ก็ได้สิ่งที่ต้องการ

.

.

1. ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนขี้อาย

คนขี้อาย ที่หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง มีคำจำกัดความที่เฉพาะคือ เป็นกลุ่มมนุษย์อินโทรเวิร์ต

ชอบเก็บตัว ประหม่า ไม่ชอบเข้าสังคม พูดคุยไม่เก่ง

.

แต่ละคนมีระดับความขี้อายที่แตกต่างกันไป บางคนขี้อายมากถึงขั้นว่าแม้จะออกไปกินข้าวกับคนรู้จัก

ก็ยังรู้สึกประหม่า ทำตัวไม่ค่อยถูกอยู่

แต่ความจริงแล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นคนขี้อายระดับไหน

สิ่งสำคัญคือการยอมรับก่อนว่าตัวเองเป็นคนขี้อาย

แล้วค่อย ๆ หาวิธีนำความขี้อายของตัวเองมาใช้เป็นจุดแข็งทั้งในการทำงานและสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น

.

.

2. ไม่ต้องริเริ่มบทสนทนา หรือพยายามทำให้บทสนทนาสนุก

เพราะมันจะเป็นการฝืนธรรมชาติของคนขี้อายอย่างมาก

.

ให้เน้นที่การรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ แล้วแสดงออกถึงอารมณ์ร่วม

ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเรากำลังตั้งใจฟัง และให้ความเคารพกับการพูดของเขา

เพียงเท่านี้เรากับคู่สนทนาก็อาจช่วยกันบรรลุวัตถุประสงค์ของการพูดคุยได้แล้ว

.

.

3. เปลี่ยนนิสัย และเลิกความเชื่อที่ว่านิสัยขี้อายเป็นสิ่งไม่ดี

ความขี้อายอาจถูกฟังรากลึกเป็น “คุณสมบัติ” ที่เรามีติดตัวมาแต่กำเนิด

เด็กแต่ละคนล้วนมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป เช่นเด็กบางคนชอบไปเล่นกับเพื่อน ๆ เด็กบางคนชอบเก็บตัวเล่นเงียบ ๆ คนเดียว

ดังนั้นแล้ว การที่เราจะเปลี่ยนนิสัยขี้อายของเราจึงอาจเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลยในความเป็นจริง

.

แต่สิ่งที่เราเปลี่ยนได้คือ “การนับถือตัวเอง” และ “ความเชื่อ”

ซึ่งเป็นชั้นเปลือกนอกของนิสัยที่อยู่เหนือคุณสมบัติ

เราจึงควรเปลี่ยนการนับถือตัวเอง และความเชื่อ ที่มีต่อนิสัยขี้อาย และพยายามมองหาข้อดีของนิสัยนี้

พร้อมนำส่วนที่ดีออกมาใข้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิต

.

.

4. พูดไม่เก่ง ก็ให้ตั้งใจเป็นผู้ฟังที่ดี หรือใช้ภาษากายสื่อสารแทนได้

คนขี้อายมักเป็นคนพูดไม่เก่ง

แต่คนขี้อายก็สามารถทำให้คู่สนทนารู้สึกดีกับการคุยกับตัวเองได้

ด้วยการตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด พยายามทำความเข้าใจเขา

แล้วสื่อสารด้วยภาษากายที่แสดงอารมณ์ร่วมไปกับอีกฝ่าย

.

.

5. เลือกสายงานที่เข้ากับคุณสมบัติพื้นฐานของตัวเอง แล้วจะเพิ่มโอกาสสำเร็จในงาน

ถ้าเป็นคนขี้อาย ก็อาจต้องทำความเข้าใจตัวเองในจุดนี้

แล้วมองหางานที่อาจไม่ต้องพูดคุยกับคนมากนัก

ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองประมาณหนึ่ง แล้วจะได้แสดงผลงานออกมาได้อย่างเต็มที่

เช่น อาจเป็นงานด้าน IT เขียนโปรแกรม งานด้านการลงทุน งานสร้างสรรค์ศิลปะ

และอาจหลีกเลี่ยงงานที่ต้องเจอกับผู้คนมากเช่น พนักงานขาย

.

.

6. 3 วิธีเอาตัวรอดในงานปาร์ตี้ สถานที่ที่แสนน่ากลัวสำหรับคนขี้อาย

1) อย่ากดดันตัวเองว่าต้องพูดคุยกับคนอื่นเยอะ ๆ สร้างคอนเน็กชั่นให้ได้

ให้บอกกับตัวเองว่าแค่เราตัดสินใจเข้าร่วมงานปาร์ตี้ก็เยี่ยมแล้ว

พยายามผ่อนคลายตัวเอง และซึมซับบรรยากาศให้มากที่สุดก็พอ

2) อย่าเอาแต่ยืนเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าอึมครึม

ให้จดจ่อไปกับการกินและดื่ม เพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย และน่าเข้าหา

จะได้มีคนมาคุยด้วยมากขึ้น กว่าการทำหน้าอึมครึมตลอดเวลา

3) อย่าอยู่นิ่ง ๆ แล้วอึดอัดที่ตัวเองไม่รู้จะทำอะไร

แต่ให้หางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ตัวเองทำ เช่น รินเครื่องดื่มให้คนอื่น ตักอาหาร สั่งอาหาร

ถ้าเรามีหน้าที่ให้ทำ เราก็อาจจะรู้สึกอึดอัดน้อยลง ที่ไม่ได้ชวนคนอื่นคุย

.

.

7. 3 เคล็ดลับในการพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ

1) อย่ากลัวความเงียบ

หลายคนรู้สึกอึดอัดกับความเงียบมาก แต่ถ้าเราเปลี่ยนความคิดแล้วมองว่าความเงียบเป็นจังหวะให้หยุดพัก

ถ้ามีเรื่องสัพเพเหระคุยต่อ เดี๋ยวอีกฝ่ายก็จะชวนเราคุยต่อเอง เราก็อาจรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง

2) หาหัวข้อเรื่องที่ทำให้เกิดความรู้สึกร่วม

โดยอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ เมื่อเจอกันครั้งแรก เช่นความหมายของชื่ออีกฝ่าย หรือบ้านเกิด

แต่ถ้าเจอกันครั้งถัด ๆ มา อาจลองหยิบข่าวสารต่าง ๆ มาคุย

3) โยนคำถามที่น่าสนใจให้อีกฝ่ายได้เป็นฝ่ายเล่า

ส่วนเราที่เป็นคนขี้อายก็รับบทเป็นผู้ฟังที่ดีแทน

เทคนิคนี้นอกจากจะทำให้บทสนทนาไม่น่าเบื่อแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คู่สนทนาของเราได้เล่าเรื่องที่เขาภูมิใจอย่างเต็มที่

.

.

8. เมื่อถูกปฏิเสธอย่าเสียกำลังใจ แต่ให้พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ของอีกฝ่าย

สำหรับคนขี้อาย การถูกปฏิเสธอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัว

เราจึงควรค่อย ๆ สร้างภูมิคุ้มกันการถูกปฏิเสธไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

แล้วเราต้องคิดอยู่ตลอดว่า เขาปฏิเสธคำไว้หวานของเรา ไม่ได้ปฏิเสธตัวตนของเรา

เราต้องแยกออกจากันให้ชัดเจน

แล้วเราต้องพยายามทำความเข้าใจว่า อีกฝ่ายอาจอยากตอบรับคำไหว้วานของเรา

แต่ตัวเขาเองก็มีพละกำลังและเวลาที่จำกัดทำให้ตอบรับทุกคำขอไม่ได้

.

.

9. เพิ่มพลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว

พลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว คือการที่เราให้ความสำคัญกับความคิดของตัวเอง รับผิดชอบการใช้ชีวิตของตัวเอง

ในขณะที่ยังมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ไปด้วย

การชอบทำอะไรคนเดียว ไม่ได้แปลว่าเราเข้าสังคมไม่เป็น

แต่แปลว่าเราให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่เราได้อยู่คนเดียวตามลำพัง

และอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราคิดงานชิ้นใหญ่ออก หรือเกิดไอเดียใหม่ ๆ ที่น่าสนใจขึ้น

.

.

10. สร้างความเป็นมืออาชีพด้วยความขี้อาย

แม้คนขี้อายจะเข้าสังคมไม่เก่ง ทำงานกับคนอื่นก็อาจไม่ราบรื่น

แต่ถ้าปล่อยให้คนเหล่านี้ได้ทำงานตามลำพัง ใช้เวลาอยู่กับความคิดตัวเองสักพัก

ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจสร้างไอเดียใหม่ ๆ ที่่ช่วยแก้ปัญหาที่บริษัทเผชิญอยู่ก็เป็นได้

เพราะถ้าให้คนขี้อายเหล่านี้มาทำงานเป็นกลุ่ม พวกเขาก็อาจไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเต็มที่

.

ดังนั้นแล้ว ถ้าเราเป็นคนขี้อาย จงมองหางานที่เราเชี่ยวชาญ แล้วพยายามแสดงจุดแข็งของตัวเราออกมาให้คนอื่นเห็น

สุดท้ายแล้ว ถ้าเราสร้างผลงานที่ดีมากพอ คนอื่นก็จะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเราเอง

.

.

รีวิวสั้น ๆ หลังอ่าน

เล่มนี้เป็นผลงานเขียนของอาจารย์ โกะโด โทคิโอะ ผู้เขียนหนังสือยอดฮิตอย่าง เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข

และพลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว

เล่มนี้กึ่ง ๆ เป็นภาคต่อของเล่มพลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว

เพราะธีมหลักของหนังสือเล่นกับเรื่องลักษณะของคนขี้อาย และเหล่ามนุษย์อินโทรเวิร์ต

.

ช่วงแรก ๆ ของหนังสือจะเน้นย้ำให้คนขี้อายไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง

เป็นแบบนี้ดีแล้ว จงยอมรับตัวเองซะ

แล้วค่อยนำจุดแข็งของความเป็นคนขี้อายมาปรับใช้

ช่วงหลัง ๆ จะเริ่มเน้นไปที่เรื่องความสัมพันธ์ ตั้งแต่เรื่องการเข้าสังคม การคบเพื่อน

จนไปปิดเล่มด้วยเรื่องการแต่งงานและชีวิตคู่

.

ยอมรับว่าเล่มนี้พอร์มตกไปพอสมควร เมื่อเทียบกับเล่มก่อนที่เนื้อหาใกล้เคียงกันอย่าง พลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว

ช่วงแรก ๆ ที่เป็นการเข้าใจวิถีชีวิต และรูปแบบการสื่อสารของคนขี้อายยังมีหลักการชัดเจน

แต่ช่วงหลัง ๆ ผู้เขียนเน้นใส่ประสบการณ์ส่วนตัวค่อนข้างมาก

ซึ่งเหมือนเป็นการเล่าความคิดส่วนตัวเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ เช่นเรื่องการหาแฟน และการแต่งงาน

จนยากที่จะนับเป็นหลักการที่เอาไปใช้ได้ในสถานการณ์จริง

.

อย่างไรก็ตามหนังสือเล่มบางของอาจารย์ โกะโด ก็ยังอ่านเพลิน ใครชอบผลงานเล่มก่อน ๆ

ก็เชิญเสพกันต่อได้ตามสบายครับ

.

.

………………………………………………………………………………………………..

ผู้เขียน: Tokio Godo

ผู้แปล: อาคิรา รัตนาภิรัต

จำนวนหน้า: 170 หน้า

สำนักพิมพ์: อมรินทร์ How To, สนพ.

เดือนปีที่พิมพ์: 8/2022

………………………………………………………………………………………………..

.

.

สั่งซื้อหนังสือได้ที่

.

.

#หลังอ่าน #หนังสือควรอ่านก่อนอายุ30 #ไม่ต้องเลิกขี้อายก็ได้สิ่งที่ต้องการ




Comments


Post: Blog2_Post

Subscribe Form

Thanks for submitting!

+66865274864

©2018 by Langarnbooksreview.com. Proudly created with Wix.com

bottom of page