
10 บทเรียนความสุขที่ได้หลังอ่าน
หนังสือ สู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วย "พีระมิดสามสุข"
.
.
1) รู้จักสารแห่งความสุขทั้ง 3 ชนิด
ความสุขของคนเราทุกคนล้วนเกิดจากส่วนผสมของสารแห่งความสุข 3 ชนิด
.
1. ‘ความสุขแบบเซโรโทนิน’ คือ ความสุขจากการมีสุขภาพดีทั้งทางกายและใจของตัวเองและคนในครอบครัว
.
2. ‘ความสุขแบบออกซิโตซิน’ คือ ความสุขจากความสัมพันธ์ ความผูกพัน การได้รับและให้ความรักกับผู้อื่น มิตรภาพ และการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือสังคม
.
3. ‘ความสุขแบบโดพามีน’ คือ ความสุขจากความสำเร็จและการบรรลุเป้าหมาย เช่น ทรัพย์สิน เงินทอง และชื่อเสียงเกียรติยศ
.
.
2) ทฤษฎีความสุข 3 ขั้น
สิ่งสำคัญคือ การจะมีความสุขได้ครบทั้ง 3 ชนิดนั้น เราต้องจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้องก่อน
ลำดับที่ว่าคือ ‘ความสุขแบบเซโรโทนิน’ → ‘ความสุขแบบออกซิโตซิน’ → ‘ความสุขแบบโดพามีน’
.
จึงวาดออกมาได้เป็นพีระมิด 3 ขั้น
ขั้นที่เราต้องให้ความสำคัญก่อนคือ ชั้นล่าง แล้วค่อย ๆ ไต่ลำดับขึ้นไปชั้นบน
.
.
3) ถ้าเราให้ความสำคัญกับความสุขผิดลำดับ ความสุของค์รวมของเราก็อาจแย่ไปด้วย
เช่น ถ้าเรามุ่งหวังแต่จะเอาความสำเร็จในด้านการงาน (ความสุขแบบโดพามีน) และละเลยความสำคัญของสุขภาพตัวเอง (ความสุขแบบเซโรโทนิน) สุดท้ายเราก็อาจเจ็บป่วยทั้งกายและใจ
.
เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีความสัมพันธ์ที่แย่ (ความสุขแบบออกซิโตซิน) ทะเลาะกับภรรยา ลูกไม่อยากเจอหน้า
แม้เราจะสำเร็จในหน้าที่การงานมากแค่ไหน สุดท้ายเราก็อาจเป็นคนไม่มีความสุขเลยก็ได้เช่นกัน
.
ส่วนระหว่าง สุขภาพและความสัมพันธ์ ลองจินตนาการว่า หน้าที่การงานของเรากำลังไปได้ดี ชีวิตครอบครัวกำลังไปได้สวย แต่อยู่ ๆ วันหนึ่ง เราตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ความสุขทั้งหมดก็คงพังทลายลงอยู่ดี
หรืออยู่ดี ๆ วันหนึ่ง คนในครอบครัวของเราตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง ชีวิตเราก็คงเต็มไปด้วย ‘ความวิตกกังวล’
.
ดังนั้นแล้ว ‘สุขภาพ’ คือพื้นฐานแห่งความสุขของทุกสิ่งอย่าง
.
.
4) เรามีความสุขอยู่แล้ว ณ ตอนนี้
ความสุขแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือแบบ ‘BE’ กับแบบ ‘DO’
ความสุขแบบ ‘BE’ คือ ความสุขที่เรามักจะมีอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่เราหลงลืมไป เช่น มีอาหารกิน มีสุขภาพดี มีคนคอยดูแลใกล้ชิดทุกวัน
‘ความสุขแบบเซโรโทนิน’ และ ‘ความสุขแบบออกซิโตซิน’ จัดเป็นความสุขแบบ ‘BE’
.
ความสุขแบบ ‘DO’ คือ ความสุขที่เราได้รับคืนมาจากการออกไปทำอะไรบางอย่าง ยิ่งเราทำมากเราก็ยิ่งได้รับความสุขแบบนี้กลับมามาก ส่วนใหญ่จะยึดโยงกับเป้าหมายและความสำเร็จ
‘ความสุขแบบโดพามีน’ คือ ความสุขแบบ ‘DO’
.
.
5) ความสุขเป็น “กระบวนการ” ไม่ใช่ “ผลลัพธ์”
เพราะความสุขเป็นสภาวะที่เกิดขึ้น เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ มันจึงเป็นกระบวนการ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงตอนที่เราบรรลุเป้าหมาย
แม้ตอนเราสำเร็จ เราจะได้รับ ‘ความสุขแบบโดพามีน’ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน
สิ่งที่เราเป็นอยู่ ตรงนี้ ตอนนี้ต่างหากคือ สิ่งที่ยืนยาว และความสุขแบบ BE สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
.
.
6) ความสุขที่ยั่งยืนคือ ‘ความสุขแบบเซโรโทนิน’ และ ‘ความสุขแบบออกซิโตซิน’
เหมือนการทดลองเรื่องเงินเดือน ที่พบว่าเมื่อคนเรามีเงินมากถึงระดับหนึ่ง เราจะไม่ได้มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกต่อไป
เพราะ ‘ความสุขแบบโดพามีน’ นั้นสั้น แป๊ปเดียวก็หายไป
.
แต่ความสุขอีก 2 ประเภทนั้นหายไปได้ยาก
เคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้ความสุขที่เราได้รับยืนยาวมากขึ้นจึงเป็น การมี ‘ความสุขแบบโดพามีน’ และ ‘ความสุขแบบออกซิโตซิน’ ไปพร้อม ๆ กันเมื่อสำเร็จหรือบรรลุอะไรสักอย่าง
.
ซึ่งทำได้ง่ายมากด้วยการมี ‘ความซาบซึ้งใจ’ ในสิ่งที่ทำ
.
.
7) วิธีเพิ่ม ‘ความสุขแบบเซโรโทนิน’
1. นอนหลับวันละอย่างน้อย 6-7 ชั่วโมง
2. ออกกำลังกายทุกวัน ขั้นต่ำคือเดินวันละ 20 นาที
3. ออกมาเดินตอนเช้า สัมผัสแสงแดด
4. ตระหนักรู้ถึงความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
5. โฟกัสกับปัจจุบัน สนุกไปกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า ลองพูดคำว่า ‘วันนี้สนุกจัง’ ทุกวันก่อนนอน
6. สร้าง output ด้วยการคุยกับตัวเองทุกวัน วันละ 3 นาที
7. สร้าง output ด้วยการเขียนบันทึกเชิงบวกกับตัวเองวันละ 3 บรรทัด แม้วันนั้นจะแย่แค่ไหน ก็ให้มองหาเรื่องดี ๆ ในแต่ละวันให้เจอ
8. รู้จักจังหวะผ่อน ช่วงไหนชีวิตรีบเกินไป ลองหันมาทำอะไรช้า ๆ ผ่อนคลาย ชาร์จพลังด้วยการอยู่นิ่ง ๆ บ้าง
.
.
8) วิธีเพิ่ม ‘ความสุขแบบออกซิโตซิน’
1. สร้างความผูกพันกับคนรัก ครอบครัว เพื่อนฝูง และสัตว์เลี้ยง
สร้างปฏิสัมพันธ์
และอย่าลืมการสัมผัสทางกาย เพราะเป็นเทคนิคกระตุ้นให้ออกซิโตซินไหลออกมาได้ดีที่สุด
.
2. สร้างชุมชนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เพื่อขจัดความรู้สึกว้าเหว่
สำหรับคนเพื่อนน้อย ลองค้นหาความสนใจของตัวเอง และเข้ากลุ่มกับคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน
.
3. ลดเวลาบนโซเชียล เพิ่มเวลาการพบปะกันซึ่ง ๆ หน้า
4. อย่าเลิกทำงาน ! เพราะเราอาจรู้สึกไร้ค่า และกลายเป็นความว้าเหว่ได้
.
5. สร้างความสนิทสนมกับผู้อื่นแบบลึกซึ้ง โดยอาจแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับได้แก่
ครอบครัว → เพื่อนฝูง → ที่ทำงาน
จัดลำดับความสำคัญแบบพีระมิดเหมือนพีระมิดความสุข และหาคนสำคัญในแต่ละระดับสัก 1-2 คน
.
6. มีน้ำใจกับผู้อื่นเสมอ ๆ เพื่อเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเอง
และลองจดบันทึกความมีน้ำใจของตัวเองให้ได้วันละ 3 เรื่อง
.
7. รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
และลองสร้างบันทึกความซาบซึ้งใจกับคนอื่นและสิ่งที่เกิดขึ้นวันละ 3 เรื่อง
.
8. เลี้ยงสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มความสำคัญของตัวเอง และการยอมรับนับถือตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น
9. เชื่อมั่นในผู้อื่น ไว้วางใจ และสนับสนุนพวกเขาอย่างต่อเนื่อง
.
10. แต่งงาน !! ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เพื่อสร้างความสุขแบบออกซิโตซิน และก้าวข้ามภารกิจของชีวิตไปด้วยกัน
.
.
9) วิธีเพิ่ม ‘ความสุขแบบโดพามีน’
1. ซาบซึ้งกับทรัพย์สินและเงินทองที่หามาได้
เพราะจะทำให้เราเกิดความพึงพอใจ และเกิดความสุขต่อเนื่องระยะยาว
.
2. ควบคุมความอยากไม่ให้มีมากจนเกินไปจนเกิดอาการเสพติด
รวมถึง การดื่ม การเล่นเกม การใช้สมาร์ทโฟน เป็นต้น
เพราะสุดท้ายถ้าเราทำเรื่องเหล่านี้มากเกินไป เราจะเสียทั้งเวลาและสุขภาพ แถมความสุขก็อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วย
.
3. ตระหนักถึงการเติบโตของตัวเองในทุก ๆ วัน
ไม่ต้องไปคิดถึงเป้าหมายใหญ่ เพียงแค่ลิ้มรสความสำเร็จเล็ก ๆ ก็เพียงพอแล้ว
.
4. ออกจากคอมฟอร์ตโซน ท้าทายตัวเองด้วยเรื่องเล็ก ๆ ในทุกวัน
หาสิ่งที่ตัวเอง ‘รู้สึกใจเต้นตึกตัก’ ให้เจอ แล้วใช้มันนำทางการลงมือทำ !
.
5. เพิ่มความภูมิใจในตัวเอง ด้วยการเพิ่มความมุมานะพยายาม
6. ‘ให้’ คนอื่น เท่าที่ตัวเองไหว
.
7. ค้นหางานของชีวิต
Rice-work คือ งานที่ต้องทำเพื่อการดำรงชีพ
Like-work คือ งานที่ทำแล้วชอบ
Life-work คือ งานแห่งชีวิต เป็นงานที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้’
จงมองหา Life-work ให้เจอ แล้วสนุกไปกับมัน
.
.
10) เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเงินทอง การเที่ยวเล่น และการกินเพื่อเพิ่มความสุข
1. โฟกัสที่การใช้เงิน แทนการหาเงิน เพราะคนที่ใช้เงินอย่างฉลาดมักจะมีความสุขกว่าคนที่หาเงินได้มาก ๆ
2. ลงทุนกับการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะเงินที่ลงทุนไป อาจให้ผลตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้
.
3. ซื้อ ‘ประสบการณ์’ แทน ‘การซื้อของ’ เพราะประสบการณ์อาจกลายเป็นอาวุธที่สำคัญได้ในอนาคต
4. ตั้งเป้าว่าจะทำงานเพื่อ ‘ช่วยเหลือคนอื่น’ ไม่ใช่ ‘เพื่อเงินทอง’
.
5. ใช้เงินซื้อเวลาที่มีคุณค่าที่แท้จริง
6. อยากได้ของแบบมีสติ ลองถามตัวเองหลาย ๆ ครั้งว่าของที่จะซื้อ ตัวเราอยากได้จริง ๆ รึเปล่า
.
7. สนุกกับการใช้งาน สิ่งของต่าง ๆ มีไว้เพื่อใช้งาน อย่าเอาแต่เก็บมันไว้เฉย ๆ
8. สละ และสะสาง สิ่งของที่ไม่ได้ใช้ ปล่อยวางและอย่ายึดติด
.
9. ระวังอาการ ‘ขออีก ขออีก’ ของตัวเอง โดยความรู้สึกซาบซึ้งใจกับสิ่งที่ตัวเองได้รับมา
10. จงจำไว้ว่า ตัวเลขคนดูคลิป ตัวเลขคนกด Like หรือ Share คือ ‘คน’ ที่เอาสิ่งที่เราทำไปเป็นประโยชน์กับชีวิตตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขที่ทำให้เราเสพติดการหลั่งของโดพามีน
.
11. ดื่มด่ำไปกับสิ่งที่ทำตรงหน้า จนเข้าสู่สภาวะลื่นไหล (Flow)
12. แบ่งเวลาเที่ยวเล่นในทุก ๆ วัน และใช้การเที่ยวเล่นเป็นรางวัลให้ตัวเอง
.
13. อย่าคิดว่าจะไปเพื่อกิน แต่เราไปเพื่อเจอคนอื่น เพื่อใช้เวลาดี ๆ ร่วมกัน
14. ใส่ใจในอาหารทุก ๆ มื้อที่ได้กิน
.
.
.
รีวิวหลังอ่านสั้น ๆ
สู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วย "พีระมิดสามสุข” เป็นหนังสือคุณภาพอีกเล่ม
จากฝีไม้ลายมือของอาจารย์ ชิอน คาบาซาวะ
เจ้าของผลงาน The power of output และ The power of input
.
เล่มนี้คอนเซ็ปต์เรียบง่ายว่าด้วยเรื่องของความสุข 3 มิติ คือ
ความสุขด้านสุขภาพ ความสุขด้านความสัมพันธ์และ ความสุขด้านความสำเร็จ
ซึ่งความสุขทั้ง 3 ด้าน ก็เชื่อมต่อกัน และเรียงต่อกันเป็นพีระมิดสามสุข
โดยเราจะต้องทำฐานพีระมิดให้แข็งแรงก่อน ถึงจะต่อยอดความสุขที่ขั้นบนของพีระมิดต่อไปได้
.
ต้องแจ้งให้ชัดว่าเรื่องพีระมิดความสุขนี้ ไม่ใช่ทฤษฎี
แต่เป็นแนวคิดที่ผู้เขียนเรียบเรียงออกมาให้เข้าใจง่าย
ผ่านสารแห่งความสุข 3 ชนิดในสมองคือ
เซโรโทนิน ออกซิโตซิน และโดพามีน
.
อย่างไรก็ตาม เมสเสจสำคัญจากหนังสือเล่มนี้ คือการที่เราควรหันไปโฟกัสกับความสุขด้านสุขภาพ และความสุขด้านความสัมพันธ์ให้มากขึ้น
เพราะถ้าเราไม่ทำความสุขทั้ง 2 ด้านนี้ให้แข็งแรงเสียก่อน
เราจะไม่มีทางมีความสุขกับความสำเร็จได้เลย หรือเราอาจไม่สำเร็จตามใจคาดได้เลยด้วยซ้ำ
.
ดังนั้นแล้ว เราควรวางแผนชีวิตตัวเองใหม่
แบ่งเวลาทำความสุขอีก 2 ด้านให้มากขึ้น
ตามคำแนะนำที่หนังสือให้ไว้
.
ต้องบอกว่าหนังสือให้ทริคไว้เยอะมาก
เป็น howto ฉบับสมบูรณ์ สำหรับผู้อ่านในการเอาไปปฏิบัติตาม
คล้ายเล่มก่อน ๆ ที่มีทฤษฎีเกริ่นนำ แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ของเล่มคือแนวทางปฏิบัติ
.
สุดท้ายหนังสือมีความยาวประมาณ 300 หน้า
ควรจะลองอ่านแนวคิดพีระมิดให้เข้าใจก่อน
ส่วนแนวทาง howto ก็เลือกอ่านเฉพาะข้อที่สนใจและเหมาะกับตัวเองได้
หนังสือเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกเพศทุกวัยแน่นอนครับ
.
ขอขอบคุณหนังสือจากสำนักพิมพ์ Amarin howto นะครับ
.
.
.............................................................................................
ผู้เขียน: ชิอน คาบาซาวะ
ผู้แปล: นิพดา เขียวอุไร
จำนวนหน้า: 340 หน้า
สำนักพิมพ์: Amarin howto
.............................................................................................
.

Yorumlar