top of page

รีวิว จงเป็นเราในแบบของเรา ไม่ใช่แบบที่เขาอยากให้เป็น

  • Writer: หลังอ่าน: รีวิวหนังสือ
    หลังอ่าน: รีวิวหนังสือ
  • Nov 17, 2021
  • 1 min read




รีวิว จงเป็นเราในแบบของเรา ไม่ใช่แบบที่เขาอยากให้เป็น

.

‘ชีวิตที่ไร้เรื่องราว อาจเป็นชีวิตที่ว่างเปล่ากว่าชีวิตที่ยากลำบากก็ได้’

.

เป็นหนังสือเหมาะกับการอ่านยามท้อใจ คล้ายหนังสือของคุณคิดมาก

เล่มจงเป็นเราในแบบของเรา ไม่ใช่แบบที่เขาอยากให้เป็น เขียนโดยคุณชัยยะ

เป็นหนังสือเรียบเรียงบทเรียนที่เราทุกคนมักค่อย ๆ ได้เรียนรู้ เมื่อเราค่อย ๆ เติบโต

เราต้องผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย มีทั้งปลื้มปิติยินดี มีทั้งเหงาโหวงเหวง และมีทั้งเจ็บปวด

.

หนังสือของ Springbooks รับประกันความฟีลกู้ดหลังอ่านจบ

มันเหมือนการได้สะท้อนตัวตน และการได้พูดคุยกับตัวเราเอง เมื่อมีเรื่องราวผ่านเข้ามา

เล่มนี้ก็ทำหน้าที่นั้นไม่ต่างงกัน

.

ด้วยภาษาที่เรียบง่าย และรูปภาพประกอบชวนคิด

หนังสือทำออกมาได้สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่อยากเติมกำลังใจในวันที่ท้อ

บทแต่ละบทในหนังสือเป็นเหมือนการตกผลึกเรื่องราวการเติบโตของชีวิต

สั้น ๆ เพียง 2-3 หน้า แต่ลึกซึ้ง

.

หนังสืออ่านเข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา ไม่เหมือนหนังสือแปลบทกวีจากเกาหลีเล่มก่อน ๆ ที่รีวิว

เป็นอีกเล่มที่แนะนำสำหรับคนที่ชอบหนังสือคุณคิดมาก และกลุ่มหนังสืออ่านเพื่อเสริมสร้างกำลังใจ

.

.

ขอยกตัวอย่าง 5 บทเรียนชีวิตแสนมีค่าจากหนังสือมาเล่าให้ฟังครับ

.

1) ไม่จำเป็นต้องฝันใหญ่

ไม่จำเป็นต้องมีฝัน

ไม่จำเป็นต้องหาตัวตนเจอ

.

แรงกดดันมหาศาลจากสังคมคนในยุคปัจจุบัน ทำให้หลายคนต้องค้นความฝันของตัวเองให้พบ

แน่นอนว่าการมีฝันเป็นเรื่องที่ดี

ยิ่งตั้งเป้าหมายไว้ใหญ่ เพื่อใช้เป็นแรงขับเคลื่อนตัวเองยิ่งดี

.

แต่สำหรับหลายคน การที่ยังค้นไม่เจอเป้าหมายก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเช่นเดียวกัน

มีหลายคนที่อาจกดดันตัวเองมากเกินไป รู้สึกตัวเองตัวเล็กลงเมื่อถูกถามเรื่องความฝัน

สูญเสียความมั่นใจเมื่อรายล้อมไปด้วยเหล่าผู้มีเป้าหมายแน่วแน่

.

สิ่งสำคัญสำหรับคนเหล่านี้คือ การที่บอกกับตัวเองว่า ‘ไม่เป็นไร’

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เราต้องยัดเยียดความฝันที่เราไม่ได้อยากมีมาใส่ตัว

เพียงเพื่อให้เราได้ขึ้นชื่อว่า ‘เราเป็นคนมีฝัน เรามีตัวตน’

.

การมีฝันนั้น สิ่งสำคัญคือมันต้องเป็นฝันที่เราอยากได้จริง ๆ

ไม่จำเป็นต้องเป็นฝันใหญ่ อาจเป็นฝันเล็ก ๆ อย่างการนอนกลางวันมาก ๆ ก็ได้

และไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนใคร เราอาจอยากเป็นพนักงานเงินเดือน ไปทำงาน กลับบ้านกินข้าวนอน แบบนี้ก็ไม่ผิด

.

แต่ต้องไม่ลืมว่า ถ้าอยากรู้เป้าหมายของตัวเองสักครั้ง

เราต้องลงมือทำหลาย ๆ อย่าง

ลองสิ่งนั้น ทำสิ่งนี้

อย่าคิดว่าอยู่เฉย ๆ แล้วจะรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร

.

อย่าลืมว่าการไม่มีฝัน ไม่เท่ากับการไม่มีตัวตน

แต่ถ้าเกิดวันใดเราอยากมีเป้าหมายขึ้นมา ก็แค่ลองออกไปทำนู่นนี่ซะ

.

.

2) โตแล้วหัดปฏิเสธบ้าง

สำหรับคนขี้เกรงใจโดยเฉพาะ

ถ้าเรารู้สึกว่าเราทำอะไรตามใจคนอื่นมากเกินไป จนเริ่มรบกวนเวลาตัวเอง

ตอนนั้นอาจต้องพิจารณาเรื่องนี้กันแล้ว

.

จงจำไว้ว่า เราทำดีให้เขา 10 ครั้ง แต่ครั้งที่ 11 เราปฏิเสธ

เขาก็จะจำแต่ครั้งที่ 11

อีก 10 ครั้งที่ผ่านมา อาจถูกลืมไปอย่างง่ายดาย

โลกความจริงโหดร้ายแบบนี้เสมอ

.

แต่ใช่ว่าการยินดีช่วยเหลือคนอื่นทุกครั้งไปเป็นสิ่งไม่ดี

เพียงแต่ว่าทุกอย่างมันต้องมีขอบเขต

.

และเราต้องประเมินสิ่งนั้นเอง

จงจำไว้เสมอว่าการที่เราไม่ปฏิเสธคนอื่น

เท่ากับ การที่เราให้เวลากับตัวเองน้อยลง

การให้เวลากับคนที่เรารักน้อยลง

การได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองฝันไว้น้อยลง

.

ปฏิเสธบ้างไม่เป็นไร และอย่าจุดไฟเผาตัวเองเพื่อความอบอุ่นของคนอื่น

.

.

3) ทักษะสำคัญของชีวิตคือความกล้า

ความกล้าคือทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่

.

กล้าที่จะขอ

กล้าที่จะถูกปฏิเสธ

กล้าที่จะโดนเกลียด

กล้าที่จะพูดว่าไม่

กล้าที่ปิดกั้นพลังลบ

กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

กล้าที่จะเปิดอกคุย

กล้าที่จะให้อภัยคนอื่นและตัวเอง

.

ถ้าเราไม่กล้าขอ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุย

เราจะพลาดโอกาสสำคัญไปเยอะมาก ทั้งในชีวิต และการงาน

.

เช่นเดียวกับการที่เราไม่กล้าปฏิเสธ

เราจะถูกคนอื่นเอาเปรียบ และอาจเสียเวลาพร้อมสุขภาพจิตไปมากมาย

.

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง จงภูมิใจกับผลของการกล้าไว้เถอะ

.

จำไว้ว่า ยอมกล้าดีกว่าการยอมโดนผลของการไม่กล้า

.

.

4) จงเป็นตัวเราในแบบที่เราเป็น ไม่ใช่แบบที่เขาอยากให้เป็น

มนุษย์สุดแสนจะปัจเจก

ทุกคนมีรูปแบบชีวิตเป็นของตัวเอง

นี่ไม่นับเฉพาะเครื่องแต่งกาย ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต แต่รวมไปถึงทุกอย่างในตัวเรา

.

เรามีความสุขในแบบของเรา เรามีความทุกข์ในแบบของเรา

หลายสิ่งที่กระทบใจอันเปราะบางของเรา อาจไม่มีผลอะไรต่อคนอื่น

ซึ่งนั่นก็ไม่เป็นไร เพราะทุกคนก็ล้วนมีความเปราะบางเป็นของตัวเอง

.

พยายามทำความรู้จักตัวเองให้มาก สำรวจตัวเองไว้หลาย ๆ ด้าน

และอย่าเอาตัวเองไปผูกไว้กับมาตรฐานของคนอื่น อย่าใช้บรรทัดของคนอื่นมาวัด

.

เราทุกคนล้วนมีความเป็นตัวเอง และเราก้ไม่ได้ผิดแปลกอะไร

.

.

5) ชีวิตก็เหมือนกับการอ่านหนังสือ

นอกจากจะมีบทที่ใกล้เคียงกับชีวิตแต่ละช่วงแล้ว เรายังจำเป็นต้องเดินไปข้างหน้าร่วมกับตัวละคร

.

ลองนึกถึงการอ่านนิยายสักเล่ม

เราต้องค่อย ๆ อ่านหน้า ทุกวรรค ทุกตัวอักษร เพื่อดูดดื่มไปกับอรรถรสของแต่ละตอน

การอ่านผ่าน ๆ หรืออ่านข้ามบางบททำให้เราสูญเสียอรรถรถตรงนี้ไป

.

แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกบทที่จะมีแต่ความสุข

หลายบททำให้เรารู้สึกสนุก

หลายบททำให้เราเศร้า

หลายบททำให้เราเบื่อ

แต่เราก็ยังต้องอ่านต่อไปเรื่อย ๆ

.

แต่ละบทเราก็จะได้พบเจอกับตัวละครหน้าใหม่เรื่อย ๆ

หลายตัวละครมาแล้วก็จากไป ทิ้งไว้เพียงความทรงจำสีจาง ๆ

หลายตัวละครทุบให้เราจมดิน จนร่างและหัวใจแทบแตกสลาย

หลายตัวละครเข้ามาเติบเต็มหัวใจเรา

และหลายตัวละครก็พร้อมที่จะเดินไปเคียงข้างเราในบทถัด ๆ ไป

.

เราอาจเลือกตัวละครที่จะเจอไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่ทุกตัวละครมีส่วนทำให้เราเติบโต และทำให้เราเป็นตัวเราในปัจจุบัน

.

ชีวิตจริงก็เป็นแบบนี้

บางวันเราสุขมาก บางวันเราอาจเศร้า บางวันเราอาจเบื่อ

แต่ไม่ว่าจะวันไหน สุดท้ายมันก็ผ่านไปเสมอ

ดังนั้นแล้วจงดื่มด่ำกับแต่ละวันให้ถึงที่สุดก็พอแล้ว

.

.

..................................................................................................................

ผู้เขียน: ชัยยะ

สำนักพิมพ์: Springbooks

จำนวนหน้า: 204 หน้า

หมวดหมู่: ให้กำลังใจ, เรื่องสั้น

..................................................................................................................

.

สั่งซื้อหนังสือได้ที่

.

.

#หลังอ่าน #หนังสือควรอ่านก่อนอายุ30 #100เล่มควรอ่านก่อน30 #จงเป็นเราในแบบของเราไม่ใช่แบบที่เขาอยากให้เป็น




Comentários


Post: Blog2_Post

Subscribe Form

Thanks for submitting!

+66865274864

©2018 by Langarnbooksreview.com. Proudly created with Wix.com

bottom of page